คุยกับ
AYANKOKO
ศิลปินเพลงอิเล็กโทรนิกเชิงทดลอง
เชื้อสายลาว ผู้เกิดและเติบโตในฝรั่งเศส
arrow&v

David Vilayleck (เดวิด วิเลเล็ก) แจมดนตรีสดกับ Tommy Hanson (ทอมมี่ แฮนซัน) ที่ Studio Lam (สตูดิโอลัม) , กรุงเทพ

ภาพถ่ายโดย ศุภกร บัวยังตูม

Mainland SEA Talk

1 มิถุนายน 2019

เขียนและเรียบเรียง โดย ธนาธย์ รสานนท์

  • Facebook
  • Twitter

Ayankoko (อยันโกโก) โปรเจคทางดนตรีของ เดวิด วิเลเล็ก เขาเพิ่งออกอัลบั้ม “Kia Sao” กับค่าย Chinabot ค่ายเพลงในอังกฤษซึ่งสำรวจนักดนตรีเชื้อสายเอเชียที่สร้างเสียงดนตรีที่ให้ความรู้สึกสดใหม่ เขาเรียนกีตาร์แจ๊ส, การด้นสด, และการเรียบเรียง ที่ French Conservatories of Perpignan และ Strasbourg และเขายังทัวร์กับวง “Peemai” (ปีใหม่) วงแจ๊สที่ทำให้เดวิดได้สำรวจดนตรีแจ๊สในหนทางใหม่ๆ

เขายังมีความพยายามที่จะค้นหารากเหง้าความเป็นลาวของเขาผ่านดนตรีของเขาอีกด้วย ครอบครัวของ David ได้อพยพจากลาวมาที่ฝรั่งเศสในยุค 70 แม้ว่าเขาจะเกิดและเติบโตในวัฒนธรรมยุโรปเขายังคงใคร่ครวญสงสัยถึงความเป็นลาวในตัวเอง เขาได้ออกอัลบั้มกับค่ายเพลงทางอินเตอร์เนตหลากหลายค่ายตั้งแต่ปี 2004 รวมถึงค่ายเพลงของเขาเอง “Ayan Record” (อยัน เรคคอร์ด) เส้นทางดนตรีของเขายังได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางและทัวร์แสดงสดในที่ต่างๆทั่วโลก ทั้งกับวงและงานโปรเจคของเขาเอง

เขาเพิ่งแสดงเสร็จจากการทัวร์แสดงสดกับวง Peemai และมาเล่นที่ Studio Lam ในนาม “Ayankoko” เป็นครั้งแรกในกรุงเทพ ประเทศไทย
 

ช่วยพูดเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่คุณใช้แสดงสดที่ Studio Lam หน่อย?

ผมใช้ Laptop, Focusrite Scarlett Solo 2i2o และ Akai LPD8 Controller แล้วก็ใช้ซอฟแวร์อย่าง Ableton เพื่อเล่นดีเจและเล่นเพลงที่ผมทำขึ้นเอง Max/MSP จะใช้สร้างเสียง Noise เป็นหลัก นอกจากนั้นยังใช้ ppooll จาก ppooll.klingt.org ซึ่งหลักๆนั้นทำขึ้นโดย Klaus Filip จากเวียนนา ประเทศออสเตรีย

 

ด้วย Interface และ Modules ต่างๆของมัน คุณสามารถต่อ patch ไปที่ไหนก็ได้ที่ต้องการ คล้ายกับเป็น Modular Synthesiazer เสมือน ผมเจอ Klaus Filip ตอนไปแสดงสดที่ออสเตรีย และเขาก็ชวนผมไปที่บ้านแล้วก็ให้ผมดูของบางอย่างของเขา ซึ่งเขาก็ได้ให้ผมดูเจ้า MAX/MSP patch ตัวนี้ มันใช้งานได้ยืดหยุ่นมากเลย จะเป็น Sampler เป็น Granular หรืออะไรก็ตามแต่ เลเยอร์หนึ่งอยู่ใน Ableton และอีกเลเยอร์หนึ่งอยู่กับ Max/MSP ผมลองกลับไปกลับมาอยู่สักพัก เป็นอะไรที่ไม่ค่อยได้ทำบ่อยๆ โดยปรกติผมจะใช้แค่ Max/MSP แต่วันนี้อยากจะลองอะไรใหม่ๆดู ผมเพิ่งออกอัลบั้มกับค่าย Chinabot แล้วก็ได้ทำพวก beat และ แนวอิเล็กโทรนิดเต้นรำด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นการด้นสด

ppooll

ช่วยบอกเกี่ยวกับความเป็นมาของอัลบั้ม “Kia Sao” ที่ออกกับ Chinabot หน่อย?


ได้เลย, Saphy Vong หนึ่งในผู้ก่อตั้งค่าย Chinabot ผมเจอเขาครั้งแรกที่ Ljubljana (ลูบลิยานา) ประเทศ สโลวีเนีย เมื่อประมาน 10 ปีที่แล้วที่งานเทศการดนตรี Noise แล้วเราก็กลายมาเป็นเพื่อนกัน แล้วพอเขาเริ่มทำค่ายเพลง ก็เลยชวนผมมาเป็นส่วนหนึ่งด้วย ผมก็บอกว่า “ได้เลย” พอดีปีนี้เขาอยากให้ผมออกอัลบั้มกับค่าย เขายังร่วม produce อีกด้วย และทำ artwork ให้อัลบั้มนี้ ก่อนหน้านี้ก็เคยมีเพลงรวมอยู่ใน compliation ของค่าย Chinabot ที่มีเพลงของ Saphy Vong และ Pisitakun (พิศิฐกุล)[ศิลปินแนวทดลองจากไทย] รวมอยู่ด้วย

AYANKOKO - Kia Sao

"Kia Sao” คือ กระบวนการทำงานที่ยังดำเนินอยู่ และสำหรับตัวอัลบั้ม เราอยากจะผสมพวกเสียง noise, จังหวะเพลง electronic beat และ Sound ที่มีลักษณะความเป็นเอเชียในเชิงสร้างสรรค์เข้ามา

 

คุณเรียนที่ French conservatories of Perpignan และ Strasbourg  และยังจบปริญญาเอกด้านกีตาร์ Jazz, การด้นสด และการเรียบเรียง ทำไมคุณถึงเลือกเรียนที่นี่?

 

​ตอนแรกเลย ผมเริ่มจากการเรียนรู้กีตาร์ด้วยตัวเอง แล้วก็ไปเรียนที่กีตาร์แจ๊สที่ the French conservatories of Perpignan อาจารย์ผมแนะนำให้ย้ายไปที่ Strasbourg เพื่อเรียนต่อด้านการด้นสด หลังจากนั้นประมาน 3 ถึง 4 ปีต่อมา ผมเริ่มทดลองกับพวกอุปกรณ์หรือเครื่องดนตรีอิเล็กโทรนิค อย่างการ Sampling หรือการใช้ Computer กับกีตาร์ตัวเอง ทำให้รู้สึกสนใจที่จะทดลองกับดนตรีมากขึ้นเวลาที่เดินทางช่วงที่เรียน Jazz Improvisation ส่วนใหญ่จะเป็นที่สเปนและโมรอคโค และยังสนใจใน World Music ด้วยอย่างดนตรีจาก คิวบา และโมรอคโค เพราะอย่างนั้นเวลาที่ได้เดินทาง ก็เลยชอบผสมผสานสิ่งต่างๆ เช่น Jazz Improvisation ในเชิงดนตรี แนวอื่นๆก็ชอบนะ ก่อนที่จะมาเรียนแจ๊ส ก็เคยฟังพวก psychedelic rock อย่าง Jimi Hendrix ด้วย

 

นอกจาก Ayankoko แล้วยังเป็นนักดนตรีแจ๊สมืออาชีพด้วยใช่ไหม? มันส่งผลต่อกันยังไงบ้าง?

 

จริงๆ แล้วผมแสดงสดในยุโรปกับโปรเจค Ayankoko มากกว่าเล่นแจ๊สกีตาร์ร่วมกับพี่น้องร่วมสายเลือดผม Alfred Vilayleck (อัลเฟรด วิเลเล็ก) ในวง Peemai อีก การแสดงเชิงทดลองของผมจะมีความ DIY มากกว่าแสดงกับ Peemai นอกจากนั้นในวงแจ๊สที่ผมเล่นอยู่ด้วยนั้น ผมยังใส่พวกซาวด์ ambient ลงไปด้วยเวลาไปแสดงสดกับวง และยังเคยร่วมงานกับนักดนตรีหมอลำจากลาวอีกด้วย

Peemaï แสดงใน international jazz day

เวียงจันทร์, ประเทศลาว

อาจารย์คนไหนที่คุณชื่นชอบและช่วยผลักดันคุณ?

 

ตอนผมเรียนที่ Perpignan มีศาสตราจารย์ชื่อ Denis Dufour จาก GRM groupe de recherche musicale เขาได้เรียนกับศิลปินอิเล็กโทรนิคชาวฝรั่งเศสยุคบุกเบิกอย่าง Pierre Schaefer และ Pierre Henry ในยุค 50 ซึ่งให้ผมได้ทดลองกับ tape recorder, การตัดและหั่นเสียงและดนตรี ก่อนหน้านี้ผมเคยเรียนพวก Music Concrete รู้สึกว่ามันเป็นการจงใจแต่งขึ้น ก็เลยไปชอบทำเพลงในลักษณะที่เป็นการด้นสดมากกว่า โดยไม่คิดอะไรมาก เหมือนการกดชัตเตอร์ถ่ายรูป ทำมันอยู่ประมาน 15 ปีได้ นอกจากนั้นยังมี Serge Lazarevitch เขาเรียนที่ Berklee College of Music กับ Pat Metheny และ Mick Goodrick รู้สึกโชคดีที่ได้เจอเขาที่บ้านเกิดในช่วงแรกๆที่เรียนดนตรี

ภาพถ่ายโดย ศุภกร บัวยังตูม

คุณได้ใช้เสียง Sampling ที่บันทึกจากหมู่บ้านในลาว ไปได้เสียง Sampling นี้มายังไง?

 

จริงๆแล้วผมแค่อยากจะมีเสียงอะไรสักอย่างที่เชื่อมโยงกับชาติพันธ์ุของตัวเอง ทุกโปรเจคนั้นเกี่ยวข้องกับชีวิตของผม หลักๆแล้วได้เสียง sampling ที่ดีจากข้อมูลเสียงที่รวบรวมไว้ในเวปไซต์นี้ 

http://www.seasite.niu.edu/lao/culture/traditional_Music/music_collection.htm

ที่เวปนี้มีเสียงเชิงพื้นบ้านและชาวเผ่าต่างๆ น่าสนใจมากสำหรับผม การที่ผมเกิดที่ฝรั่งเศสทำให้ผมแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับรากเหง้าของตัวเองมากนัก ครั้งแรกที่ผมไปลาวคือเมื่อประมาน 3 ปีที่แล้วนี้เอง กับวงแจ๊สของผม Peemai ซึ่งเราไปแสดงที่ลาวเป็นครั้งแรก ครอบครัวผมย้ายมาฝรั่งเศสตั้งแต่ยุค 70 ในช่วงที่ลาวกำลังเปลี่ยนจากราชอาณาจักรเป็นประเทศคอมมิวนิสต์  ผมไม่ได้ไปที่ลาวและบันทึกเสียงเหล่านั้น บางเสียงผมใช้จาก Youtube ค้นหาสารคดีเกี่ยวกับประเทศลาวแล้วก็เลือกบางเสียงมาจากในนั้น

 

ครอบครัวของคุณอพยพจากลาวมาฝรั่งเศส สิ่งนี้มีผลต่อชีวิตคุณยังไงบ้าง?

 

ผมเกิดและเติบโตในยุโรป ชีวิตของผมนั้นรายล้อมไปด้วยวัฒนธรรมยุโรป ได้รับการศึกษาแบบฝรั่งเศสและยุโรปเป็นหลัก ผมได้ยินแม่ตัวเองพูดลาวบ้างบางครั้ง ผมพูดลาวได้แค่คำง่ายๆ แม่ของผมย้ายมาที่นี่เพื่อเรียนแต่ก็ลี้ภัยจากระบอบคอมมิวนิสต์มาที่นี่ด้วย คนลาวหลายๆคนโยกย้ายถิ่นฐานไปที่ยุโรปและอเมริกาเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่

 

ชื่อ ‘ Ayankoko’ ได้มายังไง? ช่วยพูดถึงโปรเจคและค่ายของคุณหน่อย?

 

ผมเดินทางไปที่ คิวบา ที่นั่นมีดนตรีที่ใช้เข้าทรงเรียกว่า Santería (แซนทีเรีย) ซึ่งเป็นพิธีกรรมเข้าทรงเพื่อรักษาผู้คน หลักๆแล้วใช้เครื่องให้จังหวะเรียกว่า batas มีการสวดมนต์และการเต้นรำ ผมอยุ่ที่นั่นสองเดือนกับครอบครัวแห่ง Bataleros (บาตาเลรอส) ใน La Havana (ฮาวานา) ในช่วงพิธีกรรมศักสิทธิ์นั้นมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับดนตรีเข้าทรง gnawa ของ โมรอคโค Ayan นั้นหมายถึง วิญญาณ ในคิวบา และผมรู้สึกดึงดูดโดยคำนี้มากเลยเอาไปรวมกับคำว่า Ko-Ko ซึ่งเป็นชื่อเพลงของนักดนตรีแจ๊ส Charlie Parker

ภาพถ่ายโดย ศุภกร บัวยังตูม

หลักๆแล้ว ผมโปรโมทตัวเองผ่าน Net Label (ค่ายเพลงในอินเตอร์เนต) ตั้งแต่ประมานปี 2004 ซึ่งสามารถ download ได้ฟรี ตอนที่ผมอยุ่ที่ บาเซโลนา ผมได้พบกับคนที่ทำค่ายเพลงทางอินเตอร์เนตชื่อ “Harzard Records” แล้วก็เริ่มออกเพลงกับค่ายเพลงทางอินเตอร์เนตมาเรื่อย ได้ออกเพลงกับหลายๆค่ายและมีชุมชุนแบบนี้อยู่ทั่วอินเตอร์เนต ตอนแรกก็เป็นคนที่อยู่ที่ บาเซโลนา ประเทศสเปน แล้วก็มีจากค่ายเพลงที่ เยอรมัน เม็กซิโก และรัสเซีย มีเป็นเชิงพานิชญ์น้อยกว่าเพราะใครๆก็ฟังและดาวโหลดมันได้ฟรีๆ แค่เป็นการปล่อยเพลงผ่านอิเตอร์เนต พอหลังจากที่ออกเพลงกับค่ายเพลงในอินเตอร์เนตแล้วหลายค่าย ก็เลยอยากทำค่ายเพลงทางอินเตอร์เนตของตัวเองบ้างชื่อ Ayan Records ตั้งแต่ปี 2008 ถ้าผมชอบงานไหนผมก็พยายามจะปล่อยมัน มันช่วยผมมากในการโปรโมทตัวเองและการจัดการเรื่องทัวร์แสดงสดเพราะมันง่ายต่อการกระจายเพลงออกไปสู่คนฟัง ตอนแรกก็มี My Space แล้วก็ Soundcloud และผมก็สามารถคุยกับผู้จัดงานได้ทุกที่แล้วก็เสนอพวกเขาว่าผมอยากทำทัวร์แสดงสดของตัวเองขึ้นมา อันนี้คือค่ายเพลงทางอินเตอร์เนตของผม อะไรแบบนั้น เกือบ 10 ปีที่ได้เดินทางไปที่ต่างๆ พบเจอผู้คนใหม่ๆ เป็นอะไรที่ดีมากจริงๆ ส่วนใหญ่ทัวร์แสดงสดช่วงแรกๆของผมจะเป็นที่เบอลิน ประมานปี 2008 และ 2009 ซีนที่เบอลินถือว่าใหญ่มาก เมื่อคุณไปที่ไหนสักที่ซึ่งคุณไม่เคยรู้มาก่อน แล้วทันใดนั้นคุณก็ได้พบกับผู้คนที่น่าสนใจใหม่ๆ เพราะเขาชอบอะไรที่คล้ายกับคุณ

 

หลังจากเทศกาล noise ผมก็ได้พบกับ Saphy Vong อีกครั้งที่ Latvia เขาย้ายที่อยู่บ่อย ตอนแรกที่ฝรั่งเศสแล้วก็เบอลิน บางครั้งก็อยู่ที่ Rica (ริกา) ประเทศลัดเวีย แล้วก็มาปักหลักอยู่ที่ลอนดอน หลักจากที่ไปอยู่ กัมพูชามาสองปี ผมเจอ Pisitakun ปีที่แล้วที่ลอนดอนเป็นครั้งแรกเราแสดงที่ Cafe Oto กับ Lafidki (Saphy Vong)

คุณได้ไปแสดงหลายที่ในยุโรป คุณเคยได้ไปแสดงที่อเมริกาบ้างไหม?

 

ผมได้ไปแสดงที่นิวยอร์ค ราวๆปี 2009 ตอนนั้นผมอยู่ที่ โมรอคโค และได้พบกับนักดนตรีชาวอเมริกัน ตอนที่เล่นแจ๊สในโรงแรมแห่งหนึ่ง เขาประทับใจในตัวผมมากและเชิญชวนผมไปแสดงที่นิวยอร์ค แล้วผมก็บุ๊คทัวร์ตัวเองสำหรับดนตรี noise ในนิวยอร์ค อยู่ที่พักเขา ไปนู่นไปนี่รอบๆ แล้วก็แสดงสดประมาณ 5 ที่ ได้ไปแสดงที่ The Stone ด้วย สถานที่แสดงสดก่อตั้งโดย John Zorn (จอร์น ซอน)

 

อัลบั้ม Kia Sao ออกกับ Chinabot แล้ววันนี้

ติดตาม Ayankoko

https://soundcloud.com/ayankoko

-----

ศิลปินเพลงที่ชอบ

J.s. Bach

 

 

Aphex Twin

 

 

John Coltrane

 

 

Keiji Haino

 

 

Ali Farka Toure

 

-----

 

อัลบั้มเพลงที่ชอบ

Steve Reich - Different trains
 

 

Miles Davis - Bitches Brew

 

 

Brian Eno - Music for airports

Boards of Canada - Geogaddi

 

 

Linton Kwesi Johnson - Bass Culture

 

 

Aphex Twin - Drukqs

 

 

Evan Parker - Saxophone Solos

 

 

Hmida Boussou - Gnawa music from Morroco

-----

 

การแสดงสดที่ชอบ

Chinese Classical Music radio.fr

https://chinesemusicworld.com/radio/

 

Pan-Pot Live set

 

-----

ภาพยนตร์ที่ชอบ

Lost Highway - David Lynch

The Godfather - Francis Ford Coppola

 

 

Dead Ringers - David Cronenberg

 

 

 

Fargo - Joel and Ethan Coen

 

 

Upgrade - Leigh Whannell

 

 

 

 

 

-----

หนังสือที่ชอบ

George Orwell - 1984

 

Philip K. Dick - Ubik

Milan Kundera - La Lenteur

Albert Camus - L'étranger

Ray Bradbury - Chroniques Martiennes

------------------------

เครดิตเพิ่มเติม

ช่วยแปลภาษาฝรั่งเศส โดย วรวรรณ ใจเลิศ

สถานที่ถ่ายรูป Studio Lam, กรุงเทพ

 

91SZSW8qSsL.jpg
079a8b34600155.56d6bbc20b71b.png
81D8tD8xGIL.jpg
l-etranger-9782070360024_0.jpg
71EVkmklhyL.jpg
  • Facebook
  • Instagram
  • Twitter
  • Spotify
  • Apple Music
  • Bandcamp
  • SoundCloud

©2020 by thanrasa