arrow&v
คุยกับ
หลิว นิยมกานต์

นักดนตรีและศิลปินเสียง อาศัยอยู่ที่ Antwerp เติบโตในกรุงเทพ ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป

ภาพถ่าย โดย ศุภกร บัวยังตูม

Mainland SEA Talk

5 กรกฎาคม 2019

เขียนและเรียบเรียง โดย ธนาธย์ รสานนท์

  • Facebook
  • Twitter

The Secret of Mountains and Tropical Fruits (ความลับของขุนเขาและผลไม้เขตร้อน) เริ่มด้วยเสียง synth pad และ arpeggiator ที่วิ่งไปมาในโทนนุ่ม กับเมโลดี้ที่ให้ความรู้สึกแบบตะวันออก ถูกเล่นใน track แรกที่ชื่อว่า “Below 1000m” (ต่ำกว่า 1000 เมตร) หลังจากที่ได้ฟังทั้งอัลบั้ม ทำให้รู้สึกได้ว่าเมโลดี้และคอร์ดนั้นถูกใช้ในอัลบั้มนี้มากกว่าอัลบั้มที่ผ่านมาของหลิว โดยได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมจีนชื่อ The Classic of Mountains and Seas (ความคลาสสิคของขุนเขาและท้องทะเล) ทำให้อัลบั้มนี้พาผู้ฟังไปที่ไหนสักแห่งท่ามกลางขุนเขาและจักรวาลอันไร้ที่สิ้นสุดซึ่งแอบซ่อนอยู่ในป่าของโลกตะวันออก

 

หลิว นิยมกานต์ ศิลปินเสียงและนักดนตรีที่ยังทำงานดรออิงค์, ฟาวด์อ็อบเจค, บทความ, วิดิโอ และงานปั้นดินเผา ตอนนี้หลิวอาศัยอยู่ที่ Antwerp ประเทศ Belgium หลิวเกิดและเติบโตในประเทศไทย และยังเคยร่วมงานกับศิลปินเพลงอิเล็กโทรนิกในไทยอย่างวง มหาจำเริญ และ จีน กศิดิศ

 

ช่วงปลายทศวรรษ 2000 หลิวย้ายไปอยู่ที่นิวยอร์ค จากนั้นก็ไปอยู่ที่ลอส แองเจลลิสในลำดับถัดมาเพื่อเข้าเรียนโปรแกรม Experimental Sound Practices (การฝึกปฏิบัติทางเสียงเชิงทดลอง) ที่ the California Institute of the Arts (สถาบันศิลปะแคลิฟอเนียร์) ที่ซึ่งหลิวพบกับผู้ให้คำปรึกษาและเพื่อนที่สำคัญมากมาย จากนั้นหลิวก็ย้ายไปที่ยุโรปเพื่อทำงานด้านงานศิลปะต่อ อีกทั้งยังทำงานอิสระด้านการออกแบบเสียง, ศิลปินโฟเลย์ และทำเพลงประกอบให้กับภาพยนตร์โฆษณาและงานอีเว้น.

 

งานบันทึกเสียงของหลิวส่วนใหญ่จะเล่นกับการอัดบันทึกภาคสนามและ SuperCollider เพื่อสร้างศิลปะเสียงและดนตรี มีผลงานศิลปะที่แสดงล่าสุดได้แก่ “Object-theater performance” ที่ Samenchool, Antwerp; “Groenfeest & Oparatie Steenbreek”, Moerwijk Festival ที่ Helicopter, Den Haag, Netherlands; “Puffy Jellyfish”; “Medicine For a Nightmare”, group show, Kunstkring, Den Haag; and “Life/from” งานแสดงสดของหลิวมักจะถ่ายทอดความรู้สึกของลักษณะที่ยืดหยุ่นและไม่คงทนถาวร หลิวแสดงในสถานที่ที่น่าสนใจอย่าง High Zero festival (Baltimore), BetaLevel (Los Angeles), Studio Loos (Den Haag), WORM (Rotterdam), Het Bos (Belgium), DAAD (Berlin), The Wulf (Los Angeles) อีกทั้งยังได้เคยทำงานร่วมกับศิลปินอย่าง Mint Park, Tsubasa Hori และ Inne Eysermans.

Sound Walk ที่บางกะเจ้า

หลังจากได้เข้าร่วมซาวด์วอร์คเวิคชอปที่คุณจัดกับ The Forest Curriculum ช่วยอธิบายหน่อยว่ามาเข้าร่วมโปเจคนี้ได้ยังไง แล้วเราได้ทำอะไรกันไปบ้างในเวิคช็อป?

 

โปรเจคล่าสุดนี้คือ ซาวด์วอร์ค การฝึกฟังที่ถูกจัดขึ้นที่บางกะเจ้า นำผู้เข้าร่วมประมาณ 20 คนเดินผ่านสวนพฤกษศาสตร์และทำการฝึกฟังเสียงจากสิ่งแวดล้อม พาลิน อสุสิน ผู้ร่วมก่อตั้ง Moom Mong Collective (มุมมองคอลเลคทีฟ) ได้ชวนให้เข้าร่วมงานกับ The Forest Curriculum ซึ่งคิวเรตโดย Pujita Guha และ Abhijan Toto เป็นประสบการณ์ที่สนุกมากในการพาเดินและฟังกับผู้เข้าร่วม บางกะเจ้าให้ความรู้สึกที่แตกต่างและอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ แต่ให้ความรู้สึกที่ตัดกัน

 

หลายๆคนไม่เคยมาแถวนี้ รวมถึงตัวเอง เลยเหมือนเป็นการผจญภัยของตัวเองด้วย

 

รู้สึกชอบอัลบั้มล่าสุดจริงๆ  The Secret of Mountains and Tropical Fruits มันให้ความรู้สึกที่นุ่มละมุนและผ่อนคลายแต่ก็ยังคงมีความรู้สึกของการทดลองอยู่ในมัน ช่วยพูดถึงที่มาที่ไปของอัลบั้มนี้หน่อย? คุณได้แรงบันดาลใจจากนวนิยาย The Classic of Mountains and Seas ทำไมถึงได้เลือกเรื่องนี้? และช่วยอธิบายถึงกระบวนการทำงานรวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้บันทึกเสียงหน่อย? ยังใช้ SuperCollider อยู่หรือเปล่า รวมถึงเสียงของคุณเองในอัลบั้มนี้ก็ฟังดูน่าสนใจ

 

The Classic of Mountains and Seas คือหนังสือที่ได้มาตอนวันเกิด และรู้สึกว่าถูกสะกดด้วยถ้อยคำซ้ำไปซ้ำมาอย่างเด่นชัด ในทุกๆบทนั้นกล่าวถึง บทบาทที่สำคัญของภูเขาและส่วนประกอบของแต่ละภูเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ สิ่งมีชีวิต อาหาร และยา ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกหลงเข้าไปในโลกจินตนาการทางภูมิศาสตร์ มหัศจรรย์มาก!

 

ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้และแหล่งที่มาของเสียงต่างๆ ก็มีเสียงที่มาจาก SuperCollider, เสียงอัดภาคสนาม, กีตารืไฟฟ้า, Alesis Ion, Alesis Micron, Access Virus TI2 และ TC-Helicon สำหรับเสียงตัวเอง

ไอเดียของปกอัลบั้มมีที่มายังไง?

 

​ไม่ได้มีอะไรมาก คืออยากได้ปกอัลบั้มที่นุ่ม และมีโทนสว่าง เป็นงานพิมพ์ 3 มิติของ 2 object สีน้ำเงิน ตอนที่ไปเป็นศิลปินพำนักที่ Overtoon 

 

อัลบั้มนี้ฟังง่ายกว่าผลงานที่ผ่านมา เป็นไงมาไง?

 

คิดว่ามันเหมือนย้อนเวลากลับไปข้างหน้า เริ่มจากการทำเพลง pop แล้วก็มา noise, งานเขียน งานกราฟฟิคสกอร์ ให้คนอื่นมาเล่นและ เพลง electroacoustic ตอนนี้ทุกอย่างก็ย้อนกลับไปเพียงแต่มีความแตกต่างออกไปของรูปแบบและวิธีถ่ายทอด

Liew Niyomkarn - Nº 3 [tonestrukt] (2017)

หลิวได้ไปเรียนที่ Experimental Sound Practices ที่ the California Institute of the Arts ทำไมถึงตัดสินใจเรียนที่นี่? แล้วทำไมถึงเลือกที่จะอยู่ต่างประเทศในระยะยาว?
 

ตอนนั้นอยู่ที่นิวยอร์คทั้งทำงานอิสระด้านการทำเพลงประกอบและในร้านอาหาร หลังจากทำงานด้านเพลงโฆษณามาสักพัก ก็รู้สึกว่าตัวเองพร้อมที่จะลงทุนกับเวลาและพลังงานในการทำศิลปะและขยายขอบเขตของการฝึกฝน

 

ตอนนั้นลงสมัคร CalArts เพราะว่าโปรแกรม ESP นั้นเปิดกว้างให้กับการศึกษาเชิงสหวิทยาดูน่าสนุกดี แล้วก็รู้สึกชอบเวปไซต์ด้วย (หัวเราะ) และได้พบว่า Stephanie Cheng Smith สมาชิกเก่า ESP เป็นคนทำเวปไซต์ให้ด้วย Stephanie ยังทำเพลงได้อย่างเหนือจินตนาการ หลังจากเรียนจบก็อยู่ที่ LA อีกไม่กี่ปีก่อนจะย้ายไปที่ยุโรป เป็นเพราะคอมมิวนิตี้และเพื่อนๆ ที่พาไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ LA มา 3 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับเพื่อนๆและเมือง หลายๆคนที่ชื่นชอบยังคงอยู่ที่นั่น

 

ตอนนี้ปักหลักอยู่ที่ Antwerp และได้ทำ Collective ร่วมกับศิลปินอีก 3 คน เรามีพื้นที่แห่งใหม่ชื่อ Drome Collective นอกจากนั้นยังทำโปรเจควิทยุดนตรีชื่อ Velma Spell กับ ศิลปินเสียงและนักดนตรี Inne Eysermans ด้วย

 

ความพิเศษของเมืองนี้คือความหลากหลายทางชาติพันธุ์ใน Borgerhout ที่ๆอยู่ตอนนี้ ผู้คนอาศัยอยู่ร่วมกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเพื่อนกันแต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ รู้สึกว่ามันมีสเน่ห์ เอ้อ แล้วอีกอย่างซีนโดนตรีใน Belgium ก็ดีเลยทีเดียว

ภาพถ่าย โดย ศุภกร บัวยังตูม

ได้แสดงสดและแสดงนิทรรศการทั้งในเอเชีย, อเมริกาเหนือ และยุโรป มาหลายปี ช่วยพูดถึงการแสดงหรือนิทรรศการครั้งแรกที่ทำในชีวิตหน่อย? และงานล่าสุด ได้ลองเปรียบเทียบดูไหม ว่ามีการพัฒนาไปยังไงบ้าง?

 

การแสดงครั้งแรกของตัวเองเลยนั้นคือที่ LA และล่าสุดคือที่ Jam Cafe กรุงเทพ ตอนนี้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเวลาที่แสดง แต่ก็ยังรู้สึกประหม่าและตื่นเต้นในทุกๆครั้ง

อาจารย์, โพรเฟสเซอร์ หรือเพื่อนคนไหนบ้างที่มีความสำคัญและช่วยผลักดันหลิว?

 

เรารู้สึกโชคดีและรู้สึกขอบคุณมากๆที่ได้เรียนกับ Mark Trayle เขาเป็นที่ปรึกษาและเปิดโลกของเทคนิคการประพันธ์แบบใหม่และแรงบันดาลใจของชีวิตในหลายๆอย่าง ค่ายเพลง ‘a wave press’ เพิ่งปล่อยผลงานที่สวยงามของ Trayle ทุกคนควรลองฟังดู และยังมีคนที่เจ๋งๆ ช่วยปูทางมาสู่สิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้อย่าง Sara Roberts, Clay Chaplin, Justin Bennett, Scott Cazan รวมถึงเพื่อนๆ ที่ติดต่อกันอยู่ทุกวันนี้

 

นอกจากดนตรีและเสียงแล้ว หลิวยังสนใจในงานปั้นด้วย เริ่มมาสนใจสิ่งนี้ได้ยังไง?

 

เราอยากจะทำทั้งงานปั้นและดนตรี แต่สุดท้ายก็เลือกเส้นทางดนตรี ตอนนี้ก็เลยเรียนรู้ทักษะใหม่ควบคู่ไปด้วย หวังว่ามันคงจะไปด้วยกันได้ในวันหนึ่ง ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องยากที่คนหนึ่งคนจะเข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงทำสิ่งนั้นสิ่งนี้

Groenfeest & Operatie Steenbreek // Moerwijk festival ที่ Helicopter, Den Haag, NL

เริ่มสนใจในการเอาตัวรอดนอกสถานที่กับปัญหาโลกร้อนได้ยังไง?

 

เราชอบกิจกรรมนอกสถานที่มาตลอด คิดว่ามันเป็นประสบการณ์ตรงและมีประโยชน์ในการรับรู้ว่ามีสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้น เลยได้เข้าร่วม WFR ( Wilderness First Response) กับ Wildmed ในปี 2015 และรู้สึกว่าชอบมัน ทำให้รู้สึกมีความมั่นใจมากข้างนอกนั้นและเพิ่มทักษะให้กับตัวเอง เราเริ่มไปร้านขายอุปกรณ์ภาคสนาม ตอนที่ได้ไปท่องเที่ยวแล้วสนใจในประโยชน์ใช้สอยของอุปกรณ์เหล่านี้ ก็เป็นเหตุที่ผลักดันให้ไปทำกิจกรรมบัทึกเสียงภาคสนามลึกเข้าไปในป่า การได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติทำให้ตระหนักรู้ถึงสิ่งที่เป็นไปในดวงดาวของเรา มนุษย์ และประวัติศาสตร์ของโลก แย่หน่อยที่สัตว์น้ำในมหาสมุทรหลายสายพันธุ์นั้นสูญพันธุ์ไป และโรงงานอุตสาหกรรมก็ใช้ประโยชน์อย่างหนักจากแหล่งพลังงานอย่างเชื้อเพลิงฟอสซิล สงสัยจริงๆว่า รูปแบบใหม่ของชีวิตยุคหลังทุนนิยมจะเป็นยังไง

ช่วยบอกหน่อยว่ามีแผนการอะไรในอนาคต เกี่ยวกับชีวิตและงาน?

 

อยากเล่นดนตรีให้มากขึ้น บันทึกเสียงจากธรรมชาติ และแสดงในงานของคนอื่น ทำงานร่วมกับคนอื่นให้มากขึ้น เล่นกีฬาให้มากขึ้น นอกจากนั้นตอนนี้ยังทำงาน ศิลปะจัดวางเกี่ยวกับน้ำอยู่

ชีวิตกำลังดีเลย

ขอบคุณภาพโดย Liew Niyomkarn

ติดตามหลิว นิยมกานต์

https://www.facebook.com/liew.niyomkarn

-----

ศิลปินที่ชอบ

Inne Eysermans

 

 

 

 

 

 

 

Anna Luisa Petrisko

 

Jon Almaraz

 

 

 

 

David Edren

 

Laura Agnusdei

Tune-Yards

-----

อัลบั้มที่ชอบ

Maggi Payne ‎– Ahh-Ahh (Music For Ed Tannenbaum's Technological Feets 1984-1987)

 

Plantasia - Mort Garson

Civilian - Wye Oak

 

 

De Natura Sonorum - Bernard Parmegiani (Singles)

Early tape Works - Kuniyuki Takahashi

-----

ภาพยนตร์ที่ชอบ

Wild Wild Country

 

 

Angel of Bar 21

Tangerine

Fantastic Voyage

 

 

Aladdin

 

-----

หนังสือที่ชอบ

Classic of Mountains and Seas

The Way of Zen - Alan Watts

SAS Survival Handbook - John Wiseman

The Moon By Whale Light - Diane Ackerman

 

 

Ecotopia - Ernest Callenbach

------------------------

สถานที่ถ่ายภาพ : บางกระเจ้า, กรุงเทพ และ Tentacles แกลเลอรี่

 

81uZozopVPL.jpg
81rsb6CDkAL.jpg
81PlrB61wzL.jpg
91cQtE6rokL.jpg
A1pKb0cRToL.jpg
  • Facebook
  • Instagram
  • Twitter
  • Spotify
  • Apple Music
  • Bandcamp
  • SoundCloud

©2020 by thanrasa